วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คำถามท้ายบทที่ 2

คำถามท้ายบทที่  2

1. ความแตกต่างระหว่าง E-commerce กับ E-business   
          
           - พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การผลิต การกระจาย การตลาด การขาย หรือการขนส่งผลิตภัณฑ์ และ  บริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (WTO,1998) 
           - พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ ขบวนการที่ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำธุรกิจที่จะบรรลุเป้าหมายขององค์กร พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ใช้เทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ และครอบคลุมรูปแบบทางการเงินทั้งหลาย เช่น ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์, การค้าอิเล็กทรอนิกส์, อีดีไอหรือการแลกเปลี่ยนข้อมูอิเล็กทรอนิกส์, ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์, โทรสาร,คะตะล้อกอิเล็กทรอนิกส์, การประชุมทางไกล และรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นข้อมูลระหว่างองค์กร (ESCAP,1998)
           - พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ ธุรกรรมทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ทั้งในระดับองค์กร และส่วนบุคคล บนพื้นฐานของการประมวลและการส่งข้อมูลดิจิทัล ที่มีทั้งข้อความ เสียง และภาพ (OECD,1997)
          - พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การทำธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขึ้นอยู่กับการประมวล และการส่งข้อมูลที่มีข้อความ เสียง และภาพ ประเภทของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการขายสินค้า และบริการด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์,การขนส่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อหาข้อมูลแบบดิจิทัลในระบบออนไลน์, การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์, การจำหน่วยหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์, การประมูล, การออกแบบทางวิศวกรรมร่วมกัน, การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ,การขายตรง, การให้บริการหลังการขาย ทั้งนี้ใช้กับสินค้า (เช่น สินค้าบริโภค, อุปกรณ์ทางการแพทย์) และบริการ (เช่น บริการขายข้อมูล, บริการด้านการเงิน, บริการด้าน กฎหมาย) รวมทั้งกิจการทั่วไป (เช่น สาธารณสุข,การศึกษา, ศูนย์การค้าเสมือน (Virtual Mall) (European union, 1997)


E-commerce คือ 

        พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ( Electroniccommerce) คือ การทำธุรกรรมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ในทุกช่องทางที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้าและบริการ การโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือแม้แต่อินเทอร์เน็ต เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรโดยการลดบทบาทองค์ประกอบทางธุรกิจลงเช่น ทำเลที่ตั้ง อาคารประกอบการ โกดังเก็บสินค้า ห้องแสดงสินค้า รวมถึงพนักงานขายพนักงานแนะนำสินค้า พนักงานต้อนรับลูกค้าเป็นต้น จึงลดข้อจำกัดของระยะทาง และเวลาลงได้

ตัวอย่างเว็ป E-commerce


E-business คือ
        e-Business นั้น คือ การดำเนินกิจกรรมทาง “ธุรกิจ”ต่างๆ ผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์การใช้คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและอินเทอร์เน็ต เพื่อทำให้กระบวนการทางธุรกิจ มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของคู่ค้า และลูกค้าให้ตรงใจ และรวดเร็วและเพื่อลดต้นทุน และขยายโอกาสทางการค้า และการบริการ เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลจะมีคำศัพท์ที่ได้ยินบ่อยๆ อาทิ

BI=Business Intelligence : 
           การรวบรวมข้อมูลข่าวสารด้านตลาด ข้อมูลลูกค้า และ คู่แข่งขัน 

EC=E-Commerce : 
          เทคโนโลยีที่ช่วยทำให้เกิดการสั่งซื้อ การขาย การโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ต

CRM=Customer Relationship Management : 
         การบริหารจัดการ การบริการ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจกับทั้งสินค้า บริการ และ บริษัท 
           – ระบบ CRM จะใช้ไอทีช่วยดำเนินงาน และ จัดเตรียมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการบริการลูกค้า

SCM=Supply Chain Management : 
        การประสาน ห่วงโซ่ทางธุรกิจ ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ ผู้ผลิต ผู้จัดส่ง ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก จนถึงมือผู้บริโภค

ERP=Enterprise Resource Planning : 
          กระบวนการของสำนักงานส่วนหลัง และ การผลิต เช่น การรับใบสั่งซื้อการจัดซื้อ การจัดการใบส่งของ การจัดสินค้าคงคลัง แผนและการจัดการการผลิต
          – ระบบ ERP จะช่วยให้ประบวนการดังกล่าวมีประสิทธิภาพและลดต้นทุน

คำจำกัดความของความสัมพันธ์ระหว่าง E-commerce และ E-business


2. หาความหมายของคำต่อไปนี้
             Business-to-Business (B2B)
             Business to Consumers (B2C)
             Business-to-Business-to-Customer (B2B2C)
             Consumers to Consumers (C2C)
             Customer-to-Business (C2B)
             Mobile commerce หรือ M-Commerce

Business-to-Business (B2B)
           B2B (Business to Business) คือการค้าระหว่างผู้ค้ากับลูกค้าเช่นกัน แต่ในที่นี้ลูกค้าจะเป็นในรูปแบบของผู้ประกอบการ ซึ่งจะครอบคลุมถึงเรื่อง การขายส่ง การทำการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain Management) เป็นต้น โดยทั่วไป มูลค่าการทำธุรกรรมแบบ B2B จะมีมูลค่าสูงกว่า B2C หลายเท่า

Business to Consumers (B2C)
           B2C (Business to Consumer) คือหรือการทำพาณิชยกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จากผู้ประกอบการ ไปยังผู้บริโภคทั่วไปหรือภายในท้องถิ่น การซื้อสินค้าอาจเป็นทั้งแบบการค้าปลีกสินค้าจำนวนมาก ซึ่งการชำระเงินโดยมาเป็นการชำระผ่านระบบบัตรเครดิต, internet banking, phone banking ซึ่งเป็นการตลาดแบบการขายสินค้าไปยังผู้บริโภคโดยตรง

Business-to-Business-to-Customer (B2B2C)
            B2B2C (Business-to-Business-to-Customer ) เป็นแบบ e-commerce ที่เกิดขึ้นใหม่ที่รวมธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และธุรกิจเพื่อผู้บริโภค (B2C) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์หรือการทำธุรกรรมการให้บริการ B2B2C เป็นกระบวนการทำงานร่วมกันนั้นในทางทฤษฎีสร้างประโยชน์ร่วมกันให้บริการและช่องทางจัดส่งสินค้า

Consumers to Consumers (C2C)
           C2C (Consumer to Consumer ) คือการค้าระหว่างผู้บริโภค กับ ผู้บริโภค ในเรื่องการติดต่อระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคนั้น มีหลายรูปแบบและวัตถุประสงค์ เช่นเพื่อการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ในกลุ่มคนที่มีการบริโภคเหมือนกัน หรืออาจจะทำการแลกเปลี่ยนสินค้ากันเอง ขายของมือสองเป็นต้น

Customer-to-Business (C2B)
           C2B (Customer-to-Business) คือการที่ลูกค้าระบุตัวสินค้าหรือบริการเฉพาะเจาะจงลงไปแล้วตัวองค์กรเป็นตัวจัดหาสินค้าหรือบริการให้ลูกค้า 

Mobile commerce หรือ M-Commerce
             เป็นการซื้อและขายสินค้าและบริการฝ่ายอุปกรณ์ไร้สาย เช่น โทรศัพท์เซลลูลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นต่อมาของ E-commerce โดย M-commerce สามารถให้ผู้ใช้ติดต่อกับอินเตอร์เน็ตแบบไม่ต้องมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลักของ M-commerce นั้นอยู่บนพื้นฐานของ Wireless Application Protocol (WAP) ซึ่งกำลังมีการใช้กันอย่างกว้างขวางในยุโรป โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะติดตั้ง Browser แบบ Web-ready micro-browser การพัฒนา Web-enabled smart phones มีการใช้เทคโนโลยี Blue tooth เป็นระบบ smart phone ที่สามารถใช้ Fax, e-mail และโทรศัพท์ ในระบบเดียว เพื่อทำให้ M-commerce ได้รับการยอมรับตามการขยายตัวของโทรศัพท์เคลื่อนที่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น